ร้อน ร้อน และ ร้อน หลายท่านบ่นกันเหลือเกินในช่วงนี้ถึงเรื่องของอากาศที่ร้อนมากเป็นพิเศษในปีนี้ ถึงขั้นไม่อยากออกนอกบ้าน ออกนอกออฟฟิสไปข้างนอกเพราะทนสภาพอากาศร้อนมากไม่ได้ และดูเสมือนคำบ่นของลูกค้าจะได้ผลเพราะมีสินค้าและแบรนด์หลายตัวที่เรียงหน้ากระดาน ออกสินค้าใหม่ แคมเปญใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในช่วงฤดูร้อนนั้นมีรูปแบบต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สินค้าประเภทแป้งเย็น ครีมกันแดด ครีมอาบน้ำ เครื่องปรับอากาศ รวมไปถึง ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ธุรกิจสายการบิน ต่างก็งัดกลยุทธ์ออกมาเพื่อตอบสนองต่อสภาวะที่เป็นโอกาสทางการตลาดที่เกิดขึ้นนี้
ในตลาดแป้งเย็นที่มูลค่าตลาดรวมถึง 1,500 ล้านบาท มีระดับอัตราการเติบโตถึง 15-20% แบรนด์ต่างๆ ที่พากันตบแถวออกสินค้าใหม่และดึงพรีเซ็นเตอร์ร่วมจัดโรดโชว์เจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด กิจกรรมต่างของแบรนด์แป้งเย็นทุกแบรนด์ต่างก็งัดกลยุทธ์เด็ดๆ กันออกมา เพื่อต้อนรับช่วงที่เป็นไฮซีซัน เพราะเป็นช่วงที่แป้งเย็นมียอดขายมากสุด ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ ก็ถือจังหวะนี้เป็นช่วงของการออกกลิ่นใหม่ รูปลักษณ์ใหม่ และที่สำคัญก็คือการเลือกพรีเซ็นเตอร์สินค้าคนใหม่ต้อนรับแคมเปญใหม่ควบคู่กันไปด้วย
ส่วนตลาดสินค้าครีมอาบน้ำก็ได้ออกสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงฤดูร้อนนี้เช่นกัน เพราะมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 3,700 ล้านบาท แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดก็จะเป็นลักส์ที่มีส่วนแบ่งตลาด 33% และ โชกูบุสซึประมาณ 18-20%การกระตุ้นยอดขายของแบรนด์ต่างๆ จะทำให้มูลค่าของทั้งตลาดรวมเพิ่มขึ้น
การเข้ามาใหม่ของสินค้าใหม่ แบรนด์ใหม่ หรือรูปลักษณ์ใหม่ในตลาดนั้น อาจทำให้นักการตลาดคิดกันอย่างผิวเผินได้ว่า จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์ของตนเองมียอดขายลดลง แต่บ่อยครั้งที่เหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เพราะแบรนด์ใหม่ สินค้าใหม่นั้นกลับทำให้มูลค่าตลาดรวมกลับเพิ่มขึ้นดังเช่นในกรณีของการเข้าสู่ตลาดของโดนัท คริสปี้ครีม ทำให้ตลาดโดนัทกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งและทำให้แบรนด์โดนัทยี่ห้ออื่นก็มียอดขายเพิ่มขึ้นด้วยและส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะการเข้ามาใหม่ของแบรนด์ใหม่นั้นไม่เพียงแต่ทำให้แบรนด์ใหม่มีภาพลักษณ์ที่ดี แต่สินค้านั้นมีภาพลักษณ์ที่ดูใหม่กลับสดใสขึ้นมาอีก
สินค้าหน้าร้อนที่ออกกันมามากมายเหลือเกินอีกประเภทหนึ่งก็คือ สินค้าครีมกันแดด ซึ่งคาดว่าตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มกันแดดเวชสำอางจะมีอัตราการเติบโตถึง 40% มูลค่าตลาดรวมมีประมาณ 200ล้านบาทจากตลาดเวชสำอางทั้งหมดที่มูลค่ารวมอยู่ที่ 2,360 ล้านบาท และสิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งในปีนี้ก็คือ การออกผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็ก สเปรย์กันแดดสำหรับเด็ก เป็นต้น ซึ่งเป็นนัยยะแสดงว่าการเลือกหาส่วนตลาดใหม่ๆเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นพื้นที่ทางการตลาดที่ยังว่างอยู่ ความต้องการของเด็กที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวเด็กที่ไม่เหมือนกับผิวของผู้ใหญ่ ดังนั้นการสร้างส่วนตลาดใหม่และนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มใหม่นี้ก็ทำให้ตลาดในภาพรวมดูคึกคักกันมากขึ้น
สิ่งที่เห็นกันได้ชัดเจนในด้านการสื่อสารการตลาดที่ออกมาควบคู่กันกับการออกสินค้าใหม่ แบรนด์ใหม่ หรือแพคเกจใหม่ก็คือ การทำโฆษณาใหม่ ซึ่งบ่อยครั้งก็คือการเลือกพรีเซ็นเตอร์โฆษณาคนใหม่ ในตัวอย่างของครีมอาบน้ำทเวลส์ พลัสที่เป็นการเปิดตัวโดยใช้พรีเซ็นเตอร์ ซุปเปอร์สตาร์ไทย อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ประกบคู่กันกับสุดยอดซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี ลีมินโฮ ก็เป็นการเรียกเสียงของลูกค้าให้หันมมองสินค้าใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นที่จับตามองและได้รับความสนใจจากลุ่มเป้าหมาย
ดังนั้นถ้าจะมองในแง่ของการสื่อสารการตลาด หลักการเลือกพรีเซ็นเตอร์ของสินค้าที่สำคัญที่สุดต้องไม่ใช่เป็นการเลือกแค่ พรีเซ็นเตอร์หรือเป็นตัวแทนของแบรนด์ในการนำเสนอสินค้าเท่านั้น แต่ Presenter นั้นแท้จริงแล้วต้องมีความสามารถในการเป็น Influencerหรือสามารถมีอิทธิพลทางความคิดของกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย ตัวอย่างเช่น รถยนต์มิตซูบิขิ มิราจที่ใช้ นิชคุณก็ทำให้ยอดขายทะลุเป้า แสดงถึงระดับ Influence ของนิชคุณได้เป็นอย่างดี
ลองเลือกโฆษณาของแบรนด์สินค้าสักสองสามอย่างที่ใช้ดาราที่ไม่มีชื่อเสียง หรือมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแต่เป็นดาราตัวประกอบ หรือเป็นคนในแวดวงบันเทิงที่อยู่หลังฉาก คำถามคือ คนเหล่านี้สามารถมีอิทธิพลทางความคิด หรือชี้นำให้กลุ่มเป้าหมายหันมามองสินค้านั้นได้หรือไม่ ถ้าไม่มีผล การใช้คนธรรมดาทั่วไปก็ยังจะดีเสียกว่า คำถามก็คือ โฆษณาที่มีพรีเซ็นเตอร์ที่ไม่มีพลังนั้นทำออกมาได้อย่างไร คำตอบก็คือว่าเป็นการหาและเลือกเพียงแค่ต้องการ Presenterแต่ไม่ได้ลองคิดหาว่าเป็น Influencer หรือไม่
ลองพิจารณาโฆษณากันเองดูครับว่าใครเป็น Presenter หรือ Influencer…..
